การป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพ สมุนไพร สุขภาพกาย สุขภาพจิต อาหารเพื่อสุขภาพ

7 สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า

เคยสงสัยตัวเองกันมั้ยคะ ว่าทำไมในวันที่เราก็นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่สดชื่นในตอนตื่นนอนยามเช้า หรือว่าเกิดอาการอ่อนเพลียระหว่างการทำงาน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานระหว่างวันของเราไปด้วย

7 สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า รู้สึกไม่สดชื่น มักเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ .. ลองมาสำรวจกันค่ะ ว่าใครเข้าข่ายไปคนละกี่ข้อ

1.พฤติกรรมการใช้ชีวิต

นิสัยที่เราทำเป็นประจำในแต่ละวันเป็นสาเหตุแรกๆ ที่ส่งผลต่ออาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรง หรือทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า เช่น การนอนดึกทุกคืน ทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือแม้กระทั่งการใช้เวลาในการเดินทางนานๆ การทำพฤติกรรมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในวิธีการสะสมความเหนื่อยล้าของร่างกายไปเรื่อยๆ 

2.การทำงานหนัก

การทำงานอย่างมุ่งมั่นเป็นเรื่องที่ดีค่ะ อย่างไรก็ตามการทำงานหนักเป็นเวลานานติดต่อกัน ย่อมต้องส่งผลให้ร่างกายเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลียและง่วงนอนอยู่เสมอได้เช่นกัน ดังนั้นต้องแยกให้ออกนะคะว่างานที่เราทำนั้น เรียกกว่า ทำงานหนัก อย่างมุ่งมั่นและมีประสิทธิภาพ หรือเป็นการทำงานหนักที่รังแต่จะทำให้ร่างกายเสื่อมประสิทธิภาพลงจนเกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าในที่สุด

3.พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด แต่หลายคนก็ละเลยทั้งนอนดึก นอนไม่เป็นเวลา เล่นโทรศัพท์ก่อนนอน หรือเปลี่ยนเวลานอนกะทันหัน จนทำให้การนอนของเราไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เมื่อถึงเวลานอนไม่ค่อยนอน กลับมาเป็นง่วงซึมยามต้องทำงานแทน

4.รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่

ทุกคนรู้ว่าร่างกายจะแข็งแรงและมีประสิทธิภาพได้เมื่อได้รับสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม แต่ด้วยวิถีชีวิตปัจจุบัน การรับประทานอาหารที่ทำง่าย หาง่าย กินง่ายและรวดเร็ว บ่อยครั้งก็มีสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอจนอาจเกิดภาวะขาดสารอาหารบางตัวและส่งผลต่อการซ่อมสร้างเซลล์รวมถึงทำให้ร่างกายเกิดอาการเหนื่อยล้าในที่สุดค่ะ

5.ความเครียด หรือความวิตกกังวล

ภาวะอารมณ์เป็นตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเรามีความเครียด กังวล หรือซึมเศร้า จะส่งผลต่อการทำงานในร่างกาย รวมถึงการหลั่งของสารเคมีในสมองทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า ไม่สดชื่น แม้จะใช้เวลาการพักผ่อนมากเพียงใดก็ยังรู้สึกไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องหมั่นสำรวจจิตใจและสภาวะอารมณ์ของตัวเองด้วยนะคะ

6.การใช้ยา

ยาบางชนิดที่เรารับประทานก็ส่งผลต่ออาการเหนื่อยล้าได้เช่นกัน เช่น กลุ่มยาแก้แพ้ ยาที่มีฤทธิ์กล่อมประสาท ซึ่งล้วนมีผลข้างเคียงทำให้รู้สึกง่วงได้ โดยหากเกิดอาการง่วงนอนตลอดทั้งวันขณะที่ใช้ยาเหล่านี้ อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือยาที่ได้รับมีปริมาณไม่เหมาะสมกับร่างกาย หากใครเข้าข่ายภาวะนี้ อาจต้องปรึกษากับแพทย์เพื่อปรับยาให้เหมาะสมในแต่ละช่วงด้วยนะคะ ห้ามปล่อยปละละเลยเป็นอันขาด

7.ร่างกายขาดธาตุเหล็ก

การขาดธาตุเหล็ก หรือผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง อาจรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและไร้เรี่ยวแรง เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง และเจ้าเซลล์เม็ดเลือดแดงนี้เองที่เป็นตัวนำออกซิเจนส่งไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงมีไม่เพียงพอหรือไม่แข็งแรง ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการส่งออกซิเจนลดลงไปด้วย ร่วมถึงอาจเกิดอาการใจสั่น ตัวซีดร่วมด้วย 

 

ใครสำรวจตัวเองแล้วพบว่าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อรวมกัน สิ่งแรกที่ต้องทำ เพื่อเรียกคืนความกระปรี้กระเปร่าแก่ร่างกาย คือ การลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายนะคะ และอีกสิ่งที่สำคัญ คือการเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

 

เรื่องการเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าสดชื่อในกับเซลล์สมอง เราขอแนะนำลูกคนโตของ Hipowershot สูตร Brain ที่หลายคนการันตีว่า ทานแล้วสมองสดชื่น ปลอดโปร่ง คิดงานได้ง่าย ไว 

 

เสริมทัพด้วยการเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์เม็ดเลือดและสารอาหารในการบำรุงดูแลเซลล์ต่างๆ ให้แข็งแรงเต็มที่ ด้วยคู่หูยอดฮิตอย่าง Cele Fooz และ Cele Nue ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เซลล์แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายหลับลึก ได้พักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนใครที่อยากเสริมพลังความดีดเด้งให้กับร่างกายด้วย ก็มี Hipowershot สูตร Energy ที่ช่วยเพิ่มพลังความอึดได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

และน้องใหม่ที่กำลังเปิดพรีออเดอร์ และมียอดสั่งซื้อแบบถล่มทลายอย่าง Lion Queen 

 

มาเปลี่ยนความอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ให้เป็นพลังอันยอดเยี่ยมเพื่อมีชีวิตที่ทรงพลังกันนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *